การเสริมหน้าอกเป็นหนึ่งในศัลยกรรมความงามที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน

โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการเพิ่มขนาดหรือปรับรูปทรงหน้าอกเพื่อให้เหมาะสมกับรูปร่างและความต้องการของตัวเองการเสริมหน้าอกไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มขนาดเท่านั้นแต่ยังช่วยสร้างสมดุลให้กับรูปร่างโดยรวมเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจในทุกการแต่งตัวอีกทั้งยังส่งผลต่อบุคลิกภาพที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวันในยุคปัจจุบันการเสริมหน้าอกได้รับการพัฒนาทั้งในด้านเทคนิควัสดุที่ใช้และความปลอดภัยทำให้การตัดสินใจเข้ารับบริการศัลยกรรมเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นอย่างไรก็ตามการเสริมหน้าอกไม่ใช่เรื่องที่ควรตัดสินใจแบบเร่งรีบเพราะผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การเลือกซิลิโคน ขนาด เทคนิคการผ่าตัด และช่วงเวลาที่เหมาะสมรวมไปถึงการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด

Before and After

การรีวิวจริงจากลูกค้า

ผู้ที่มีหน้าอกเล็กหรือไม่สมส่วน

การเสริมหน้าอกช่วยเพิ่มความสมดุล และความโดดเด่นให้รูปร่างทำให้ลุคดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

ผู้ที่หน้าอกหย่อนคล้อย

โดยเฉพาะหลังจากการตั้งครรภ์หรือ การลดน้ำหนักการเสริมหน้าอกจะช่วยให้ ทรวงอกกลับมาดูเต็มอิ่มและกระชับ

ผู้ที่ขาดความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง

สำหรับผู้ที่รู้สึกไม่มั่นใจในรูปร่าง การเสริมหน้าอกสามารถช่วยเสริมสร้างความมั่นใจได้

ผู้ที่ต้องการปรับลุคหรือเพิ่มความเซ็กซี่

การเสริมหน้าอกสามารถเปลี่ยนลุค ให้ดูน่าดึงดูด และเพิ่มเสน่ห์ให้กับทุกลุค

ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกเพื่ออาชีพหรือโอกาสใหม่ ๆ

เช่นในสายงานที่ต้องการบุคลิกภาพที่ น่าดึงดูดการเสริมหน้าอกจะช่วยให้พร้อมสำหรับโอกาสใหม่ ๆ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองคิว

Call Center

096-645-1465

Line ID

@pmedclinic

Messenger

Pmed Clinic พีเมด คลินิก

รู้ทันก่อนเสริมหน้าอก !

ซิลิโคนหน้าอก ทรงกลม

ซิลิโคนทรงกลมจะช่วยให้หน้าอกดูอิ่มแน่นตั้งแต่เนินอกลงไปถึงเต้านมส่วนล่าง เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่แล้ว แต่ต้องการทำหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เน้นให้เนินอกดูเต็มขึ้น และมีรูปทรงที่ชัดเจนขึ้น

ซิลิโคนหน้าอก ทรงหยดน้ำ

ซิลิโคนทรงนี้มีลักษณะคล้ายเต้านมของมนุษย์ขณะยืนอยู่ มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยตามแรงโน้มถ่วง ทำให้หน้าอกดูสวยไม่หลอกมากกว่าทรงกลม เหมาะกับผู้ที่เนื้อหน้าอกน้อย แต่อยากให้หน้าอกดูอวบอิ่ม และไม่ต้องการให้เห็นรูปทรงซิลิโคนชัดเจนเกินไป รวมถึงคนที่หน้าอกหย่อนคล้อยเล็กน้อย หรือปานกลางจะช่วยให้เต้านมดูเชิดขึ้น พุ่งขึ้น

ความแตกต่างของเทคนิค การเลือกเสริมหน้าอกแบบแผลใต้ราวนมกับใต้รักแร้

1. เทคนิคการเสริมหน้าอกแบบแผลใต้ราวนม (Inframammary Incision)

ลักษณะของเทคนิค

ข้อดี

ข้อเสีย

เหมาะสำหรับใคร

2. เทคนิคการเสริมหน้าอกแบบแผลใต้รักแร้ (Transaxillary Incision)

ลักษณะของเทคนิค

ข้อดี

ข้อเสีย

เหมาะสำหรับใคร

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือจองคิว

Call Center

096-645-1465

Line ID

@pmedclinic

Messenger

Pmed Clinic พีเมด คลินิก

ปัญหาการหย่อนคล้อยของหน้าอก

อกหย่อน อกคล้อย อกยาน แก้ไขด้วยเทคนิค “ยกกระชับหน้าอก”หน้าอกหย่อนคล้อย เป็นปัญหาใหญ่ของสาวๆ ที่มีหน้าอกใหญ่หรือผู้ที่ผ่านการมีบุตร เนื่องจากระหว่างตั้งครรภ์ฮอร์โมนเพศหญิงมีการเปลี่ยนแปลงทำให้หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น เมื่อมีการให้นมบุตรส่งผลให้บริเวณหน้าอกหดตัว จึงทำให้หน้าอกที่เคยตึงกระชับ กลับมาหย่อนคล้อยคล้ายถุงกาแฟปัญหานี้ทำให้สาวๆ หลายท่านขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก และการแก้ไขหน้าอกให้กลับมาตึงกระชับดังเดิม คือการยกกระชับหน้าอก

แนะนำการเปลี่ยนซิลิโคนเสริมหน้าอก
สัญญาณที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนซิลิโคน

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนเป็นการปรับรูปร่างที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานแต่ซิลิโคนไม่ได้มีอายุการใช้งานถาวรและอาจต้องเปลี่ยนเมื่อเกิดปัญหาหรือมีความต้องการใหม่ ๆ ดังนี้

คำแนะนำเพิ่มเติม

การตรวจซิลิโคนเป็นประจำ : ควรเข้ารับการตรวจทุก 2-3 ปี เพื่อเช็คความสมบูรณ์ของซิลิโคน
เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน : เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

มีอาการพังผืดรัดซิลิโคนหน้าอก (Capsular Contracture)
  • สัญญาณและปัญหา
    – รู้สึกหน้าอกแข็งกว่าปกติ
    – มีการบีบรัดซิลิโคนจนหน้าอกผิดรูป หรือเกิดอาการเจ็บปวด
    – พังผืดรัดซิลิโคนอาจเกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อวัสดุแปลกปลอม
  • คำแนะนำ
    – ควรเปลี่ยนซิลิโคนใหม่ พร้อมผ่าตัดเอาพังผืดออก
    – เลือกซิลิโคนที่มีคุณสมบัติลดโอกาสเกิดพังผืด เช่น ซิลิโคนผิวทราย
  • สัญญาณและปัญหา
    – ไม่พอใจกับขนาดหน้าอกที่เลือกไว้เดิม เช่น ต้องการเพิ่มขนาดให้โดดเด่นขึ้น หรือปรับลดให้ดูธรรมชาติขึ้น
    – หน้าอกที่เคยเหมาะสมอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุ น้ำหนัก หรือการตั้งครรภ์
  • คำแนะนำ
    – ปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนใหม่และเลือกขนาดซิลิโคนที่เหมาะสม
    – แนะนำให้เลือกขนาดที่สมดุลกับรูปร่างเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
  • สัญญาณและปัญหา
    – สำหรับซิลิโคนรุ่นเก่า การแตกหรือรั่วอาจทำให้เกิดอาการหน้าอกผิดรูป หรือมีความรู้สึกตึงที่หน้าอก
    – ซิลิโคนเจลอาจไหลออกจากเปลือกซิลิโคน (แต่ซิลิโคนที่ทันสมัยมักเป็น Cohesive Gel ซึ่งลดการกระจายตัวเมื่อรั่ว)
  • คำแนะนำ
    – ต้องทำการเปลี่ยนซิลิโคนทันที เพื่อความปลอดภัย
    – เลือกใช้ซิลิโคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูงและทนทานต่อแรงกดดัน
  • สัญญาณและปัญหา
    เจ็บปวดบริเวณหน้าอก อาจเกิดจากการอักเสบ การเคลื่อนตัวของซิลิโคน หรือพังผืด
    หน้าอกมีลักษณะไม่สมดุลหรือผิดรูป เช่น หน้าอกข้างหนึ่งยกสูงกว่าหรือเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง
  • คำแนะนำ
    แพทย์จะตรวจวินิจฉัยว่าปัญหาเกิดจากซิลิโคนหรือพังผืด และแนะนำวิธีแก้ไข
    การเปลี่ยนซิลิโคนใหม่พร้อมปรับตำแหน่งซิลิโคนเดิม

การเตรียมตัว ก่อน-หลัง ผ่าตัดเสริมหน้าอก

1. ปรึกษาแพทย์และเลือกซิลิโคนให้เหมาะสม

ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ทรงซิลิโคน (กลม / หยดน้ำ) และ ขนาดที่เหมาะกับสรีระของตนเอง เลือก เทคนิคผ่าตัด (แผลใต้ราวนม / แผลใต้รักแร้) ให้เหมาะกับร่างกายและความต้องการ ตรวจร่างกายเบื้องต้น และแจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว

2. งดอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด

งดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ก่อนผ่าตัด(เพราะต้องใช้ยาสลบ) หลีกเลี่ยง อาหารที่มีไขมันสูง / อาหารรสจัด ก่อนผ่าตัด 1 วัน

3. งดยาและอาหารเสริมที่ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด

หยุดยา แอสไพริน (Aspirin), ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) และ วิตามินอี อย่างน้อย 7 วันก่อนผ่าตัด งดสมุนไพรบางชนิด เช่น โสม, แปะก๊วย, กระเทียมสกัด, น้ำมันปลา หากต้องรับประทานยาประจำ ให้แจ้งแพทย์ล่วงหน้า

4. งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์

บุหรี่มีผลต่อการสมานแผล และอาจทำให้แผลหายช้า แอลกอฮอล์อาจมีผลต่อความดันโลหิตและการใช้ยาสลบ

5. เตรียมตัวในวันผ่าตัดอาบน้ำและสระผมให้สะอาด ก่อนวันผ่าตัด

(เพราะหลังผ่าตัด 1-2 วัน อาจยังอาบน้ำได้ลำบาก) ใส่เสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น เสื้อกระดุมหน้า หรือเสื้อซิปหน้า เพื่อสะดวกต่อการเปลี่ยนเสื้อหลังผ่าตัด งดแต่งหน้า / ทาเล็บ / ใส่เครื่องประดับ ในวันผ่าตัด

6. จัดเตรียมของใช้ที่จำเป็นสำหรับพักฟื้น

เสื้อชั้นในแบบไม่มีโครง (Sport Bra / Support Bra) หมอนรองหลัง / หมอนรองคอ สำหรับใช้พิงเวลานอน ยาทาหรือยารับประทานตามแพทย์สั่ง

7. มีเพื่อนหรือญาติมาดูแลหลังผ่าตัด

ควรมี คนมารับกลับบ้าน เพราะหลังผ่าตัดจะยังไม่สามารถขับรถเองได้เตรียมที่พักที่สะอาด อากาศถ่ายเทสะดวก สำหรับการพักฟื้น

1. พักฟื้นและหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวรุนแรง

นอนพัก อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก หลังผ่าตัด นอนหงาย (ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำ) เพื่อป้องกันแรงกดทับที่หน้าอก ควรใช้ หมอนรองหลัง หรือ หมอนรองคอ เพื่อให้อยู่ในท่านั่งเอน 45 องศา ช่วยลดบวม หลีกเลี่ยง ยกของหนัก / กางแขนกว้าง ๆ อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

2. ดูแลแผลและหลีกเลี่ยงน้ำโดนแผล

ห้ามให้แผลเปียกน้ำ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต (โดยปกติประมาณ 7 วันแรก) ทำความสะอาดแผลตามแพทย์สั่ง ใช้สำลีแอลกอฮอล์เช็ดรอบ ๆ แผล และเปลี่ยนผ้าก๊อซเป็นประจำ งด เกา / แกะ / จับแผลบ่อย ๆ

3. ใส่ชุดชั้นในที่เหมาะสม

ต้องใส่ Support Bra หรือ Sport Bra แบบไม่มีโครง ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1-2 เดือน ห้ามใส่ บรามีโครงเหล็ก เพราะอาจกดทับซิลิโคนและแผล

4. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจกระทบกระเทือนซิลิโคน

งดออกกำลังกาย หรือกิจกรรมที่ต้องใช้แรงแขนเยอะ ๆ อย่างน้อย 6-8 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงการ ขับรถเอง ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะการขยับแขนอาจทำให้รู้สึกเจ็บ งด นวดหน้าอกเอง ในช่วงแรก ถ้าต้องการนวด ควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำ

5. งดบุหรี่ แอลกอฮอล์ และอาหารที่มีผลต่อแผล

งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน เพราะจะทำให้แผลหายช้า หลีกเลี่ยง อาหารทะเล อาหารรสจัด ของหมักดอง และของแสลง ที่อาจทำให้แผลอักเสบ ควรรับประทาน อาหารที่มีโปรตีนสูง วิตามินซี และน้ำเยอะ ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกาย

6. รับประทานยาและมาตรวจตามแพทย์นัด

กิน ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ และยาลดบวม ตามที่แพทย์สั่ง หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดมากผิดปกติ บวมแดงมาก หรือมีน้ำเหลืองซึมออกมา ให้รีบพบแพทย์ทันที ต้องกลับมาตรวจ ตามนัดของแพทย์ เพื่อตรวจเช็กการเข้าที่ของซิลิโคน

FAQs คำถามที่พบบ่อย

ศัลยกรรมหน้าอกมีกี่แบบ และแต่ละแบบต่างกันยังไง?

การศัลยกรรมหน้าอกแบ่งหลัก ๆ เป็น 3 แบบ คือ

  • เสริมหน้าอก (Breast Augmentation): เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอกโดยใช้ซิลิโคน
  • ลดขนาดหน้าอก (Breast Reduction): เพื่อลดขนาดสำหรับคนที่มีปัญหาปวดหลังหรือหน้าอกหย่อนคล้อย
  • ยกกระชับหน้าอก (Breast Lift): เหมาะกับผู้ที่มีหน้าอกหย่อนคล้อย ต้องการให้ดูเต่งตึงขึ้น โดยไม่เพิ่มขนาด

ควรเลือกตามรูปร่าง ลักษณะหน้าอกเดิม และความต้องการ เช่น ทรงกลม (Round) หรือทรงหยดน้ำ (Anatomical/Teardrop) พร้อมเลือกขนาดและผิวสัมผัส (เรียบ / ขรุขระ) โดยแพทย์จะเป็นผู้ช่วยประเมินให้เหมาะสมกับสรีระหากคนไข้ที่ต้องการให้ใบหน้าเต็มอิ่มอยู่ตลอด หรือชอบแบบใบหน้ากลมๆ ก็สามารถมาฉีดซ้ำรอบ2 ได้ตามความต้องการค่ะ 

ความเจ็บขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและระดับความทนของแต่ละคน โดยทั่วไปจะรู้สึกตึง ๆ เจ็บ ๆ ประมาณ 3–7 วัน และสามารถกลับไปทำงานเบา ๆ ได้ภายใน 5–7 วันหลังผ่าตัดทำให้ผิวนุ่มขึ้นด้วยค่ะ

ซิลิโคนรุ่นใหม่มีอายุการใช้งานนานถึง 10–20 ปี แต่ควรตรวจเช็คกับแพทย์ทุก 1–2 ปี และหากไม่มีปัญหาใด ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

  • แผลใต้ราวนม
  • แผลที่ปานนม
  • แผลรักแร้

    โดยแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสมและความต้องการของคนไข้ และมักเย็บด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อลดรอยแผลเป็นให้เหลือน้อยที่สุด

หากเสริมด้วยเทคนิคที่ไม่กระทบต่อท่อน้ำนม เช่น เสริมใต้กล้ามเนื้อ จะไม่มีผลกระทบกับการให้นมบุตร

ควรงดวิตามิน อาหารเสริม และยาที่อาจทำให้เลือดออกง่าย ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และต้องงดสูบบุหรี่ก่อน-หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ พร้อมตรวจสุขภาพเบื้องต้นก่อนทำการผ่าตัด

งดยกของหนัก ออกกำลังกายช่วงแขนและอก 1 เดือนแรก, นอนหงายเท่านั้นช่วงแรก และสวมบราที่แพทย์แนะนำอย่างสม่ำเสมอ

LINE
Messenger
Contact
กลับด้านบน